นี่ภาพใครครับ

นี่ภาพใครครับ ใครเขียนภาษาเขมรได้ ช่วยเขียนและสอนสมาชิกเราอ่านออกเสียงดู

ផ្កាបំពង់ក្រឡោម ดอกหม้อข้าวหม้อแกงลิง

560 กิโลเมตร จากชายแดนอรัญประเทศ-ปอยเปต ผ่านเมืองศรีโสภณ – พระตะบอง – โพสัต – กำปงฉนัง – กรุงพนมเปญ – กำปงสปือ  แล้วก็ถึงบนยอดภูเขาพนมโบกโก จังหวัด กำโปต (Kampot) ไปยังบริเวณทุ่ง 500    จะมีพันธ์ไม้แปลก ๆ มีชาวบ้านไปเด็ดแล้ว  กรอกน้ำภายในดอกใส่ในปาก โดยเชื่อว่าจะรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ คนเขมรเขาเรียกว่าต้น บ็อม ปง กรอ ลอม បំពង់ក្រឡោម

By: Viroj

หน้าที่

บวชเป็นพระ..ก็มี..หน้าที่เทศน์
เกิดเป็นเปรต..ก็มี..หน้าที่ขอ
คนอยู่หลัง..ก็มี..หน้าที่รอ
คนสอพลอ..ก็มี..หน้าที่เลีย
เป็นแม่ค้า..ก็มี..หน้าที่ขาย
คนแพ้พ่าย..ก็มี..หน้าที่เสีย
ภรรยา..ก็มี..หน้าที่เมีย
กินเหล้าเบียร์..ก็มี..หน้าที่เมา
เป็นขโมย..ก็มี..หน้าที่ลัก អានត-อ่านต่อ

น่าอ่าน น่าคิด ปรับตัวเข้าหากันซะ

หญิงสาวชาวเหนือแต่งงานกับหนุ่มใต้
หญิงสาวไม่ทานเผ็ด แต่หนุ่มใต้ขาดเผ็ดไม่ได้
มีอยู่วันหนึ่ง หญิงสาวกลับบ้านแม่ พ่อของเธอซึ่งชอบทานเค็มเป็นคนทำอาหาร
เมื่อถึงเวลาทานข้าว คุณแม่ของเธอถือถ้วยใส่น้ำร้อนมาใบหนึ่ง ก่อนทาน แม่ของเธอก็คีบอาหารผ่านน้ำร้อนในถ้วย จากนั้นถึงคีบเข้าปาก ทานอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่พูดอะไร អានត-อ่านต่อ

​เหตุผลดีๆ 16 ข้อ ที่บอกว่าทำไมเราถึงควรกินสับปะรดเป็นประจำ!


สับปะรด ผลไม้มหัศจรรย์มากคุณค่า ลดริ้วรอยชะลอวัย ทำให้ผิวขาว บำรุงสายตา บำรุงสมอง ป้องกันเบาหวาน มะเร็ง เก๊าต์ ลดอักเสบปวดกล้ามเนื้อ ปวดประจำเดือน ฯลฯ

สับปะรด เป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อยหวานๆ เปรี้ยวนิดๆ ถูกปากถูกใจใครหลายคน ไม่ว่าผู้หญิง ผู้ชาย ต่างได้ลิ้มรสแล้วเป็นหยุดไม่ได้ สับประรดไม่เพียงแค่อร่อยเท่านั้น แต่ยังมีคุณประโยชน์มากมายอย่างคาดไม่ถึง ต้องอ่าน 16 เหตุผลว่าทำไมต้องกินสับปะรด ทั้งที่หลายคนบอกว่ามันเป็นผลไม้บ้านนอก

1.เพิ่มพลังงาน สับปะรด ช่วยเพิ่มระดับพลังงานได้อย่างที่คาดไม่ถึง เพราะในสับปะรด มีน้ำตาลจากธรรมชาติ ที่ช่วยเพิ่มระดับพลังงานได้เยี่ยมยอด

2. ลดริ้วรอย ชะลอวัย ทำให้ผิวขาว สับประรด มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก สับประรด ช่วยสังเคราะห์คอลลาเจน จึงช่วยในเรื่องการเกิดริ้วรอยทำให้ชะลอวัย ต้านความแก่ได้ดี บำรุงร่างกายและผิวพรรณ ต้องบำรุงจากภายในสำคัญกว่าภายนอก และยังช่วยลดการผลิตเมลานิน จึงมีส่วนช่วยทำให้ผิวคุณขาวขึ้นได้

3. ควบคุมน้ำหนักได้ การย่อยอาหารดีขึ้น ลดระดับคอเลสเตอรอล เนื้อของผลสับปะรด มีปริมาณเส้นใยสูง ปรับสมดุลระบบการย่อยอาหาร ช่วยในการลดน้ำหนักได้ดี สับปะรด ยังช่วยลดระดับของไขมันเลว (LDL) และทำให้ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย

4. บำรุงดวงตา สับปะรด เป็นผลไม้ที่ดีสำหรับดวงตา สับปะรด มีวิตามินมากมาย และมีเบต้าแคโรทีน ที่ช่วยส่งเสริมวิสัยทัศน์ที่ดีในการมองเห็น ทำให้ดวงตามีสุขภาพดีขึ้น

5.ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง การกินสับปะรด เป็นประจำ ทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับโรคมะเร็งบางชนิดได้ เพราะสับปะรด เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ มีคุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง

6.ความจำดี บำรุงสมองของคุณ ถ้ารู้สึกหลงๆ ลืมๆ สับปะรด สามารถช่วยให้ความจำของคุณดีขึ้น เรียกได้ว่าสับปะรด เป็นอาหารของสมองเลย เมื่อใดที่รู้สึกว่าสมองเมื่อยล้า คิดอะไรไม่ออก หยิบสับปะรดมากิน จะช่วยให้สมองสดใสปิ๊งไอเดียใหม่ๆ ได้

8.ทำให้นอนหลับได้สบายมากขึ้น หากมีปัญหากับการนอนหลับ เป็นคนหลับยาก การกินสับปะรด อย่างสม่ำเสมอช่วยได้อย่างแน่นอน เพราะสับปะรดมีเมลาโทนินที่ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น

9. ลดน้ำตาลในเลือด ป้องกัน-บรรเทาเบาหวาน สับปะรด ผลไม้สีสวย สีเข้มจนเกือบดำนี่เอง ที่มีสารแอนโธไซยานิน สรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน และบรรเทาอาการเบาหวาน

10. ป้องกันและรักษาโรคเกาต์ อาการข้ออักเสบปวดบวมตามข้อ กินสับปะรด ช่วยลดอาการปวดและบวม บรรเทาอาการปวดได้เป็นอย่างดี ป้องกันและรักษาโรคเกาต์ อาการข้ออักเสบปวดบวมตามข้อได้มากถึง 70% หากกินต่อเนื่องเป็นประจำ หรือปวดข้ออักเสบให้กินสับปะรด เข้าไปแทนการกินยา และสังเกตเลยว่ามันจริงหรือไม่

11.ช่วยป้องกันการปวดกล้ามเนื้อ สับปะรด มีสารโพแทสเซียมสูงมาก พอๆ กับกล้วย โพแทสเซียมมีคุณสมบัติช่วยลดและป้องกันการปวดกล้ามเนื้อ เราทราบกันดีว่ากล้วยราคาถูกกว่าและมีโพแทสเซียมสูง แต่หลายคนไม่ชอบกินกล้วย สับปะรด เป็นอีกทางเลือกหนึ่งได้

12. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ สับปะรด ถือเป็นผลไม้หรืออาหารที่ดีสำหรับหัวใจ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ดูแลสุขภาพหัวใจของคุณให้แข็งแรงได้ด้วยการกินสับปะรด

13. ช่วยลดอาการอักเสบ หนึ่งในประโยชน์ด้านสุขภาพที่สำคัญที่สุดของสับปะรดคือ ช่วยลดอาการอักเสบได้ดี เหมาะสำหรับนักวิ่งและนักกีฬาที่อาจจะปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือได้รับบาดเจ็บหลังจากการออกกำลังกายหรือกิจกรรมหนักๆ กินสับปะรดช่วยได้จริงๆ

14. รักษาความปวดข้ออักเสบ สำหรับผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ ที่กำลังทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวด ให้ลองดื่มน้ำสับปะรด คั้นบริสุทธิ์ วันละ 3 แก้ว ก่อนหรือหลังอาหาร 15 นาที จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ดี

15. สับปะรดจะปลอดสารพิษตกค้าง เนื่องจากไม่มีการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงหรือสารกำจัดศัตรูพืชแต่อย่างใด เพราะสับประรด เป็นพืชที่ปลอดจากศัตรูพืชทุกชนิด

16. บรรเทาอาการปวดประจำเดือน โพแทสเซียมในสับปะรด ช่วยลดและป้องกันการปวดกล้ามเนื้อ ยังอาจช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้อีกด้วย ดื่มน้ำสับปะรด คั้นบริสุทธิ์ วันละ 3 แก้ว ก่อนหรือหลังอาหาร 15 นาที จะช่วยบรรเทาได้

กินสับปะรด ให้ได้คุณค่า ต้องกินแบบสดๆ นะคะ ถ้าเป็นน้ำสับปะรด ก็เป็นน้ำคั้นจากสับประรด 100% ไม่เติมน้ำตาลและวัตถุกันเสีย คุณจะได้คุณค่าจากสับปะรด ที่แท้จริง

นวดมือบำบัดโรคไม่ต้องพึ่งยา

“นวดมือบำบัดโรคไม่ต้องพึ่งยา
สามารถช่วยบำบัดโรคได้ 8 ชนิด ได้แก่

1. แก้ปวดหัว : กดจุดที่อยู่ระหว่างหัวแม่มือและนิ้วชี้บรรจบกันเยื้องมายังกระดูกนิ้วหัวแม่มือด้านนอก

2.คลายหงุดหงิด : คว่ำมือแล้วกดบริเวณร่องระหว่างข้อนิ้วนางกับนิ้วก้อย

3.เพิ่มพลังสมอง : ใช้นิ้วหัวแม่มือของอีกข้างกดจุดที่บริเวณปลายนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อยทำจนครบ 50 รอบต่อวัน

4.บรรเทาหวัด : กดจุดที่อยู่บริเวณใต้เล็บนิ้วหัวแม่มือ

5.แก้ปวดหลัง : กดจุดที่อยู่ใต้ฝ่ามือด้านนิ้วหัวแม่มือบริเวณที่ใช้จับชีพจร

6.แก้ไอ : ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้กดบีบบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ค้างไว้นาน 5-10 นาที

7.ลดท้องผูก : กดจุดที่อยู่บริเวณรอยพับข้อมือใต้นิ้วก้อยติดกับปุ่มกระดูก

8.กระตุ้นการย่อย : ใช้นิ้วหัวแม่มือขวากดคลึงตรงจุดตัดของโคนนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ มือซ้ายนิ้วชี้และนิ้วกลางขวา กึ่งประคองกึ่งกดด้านหลังมือเอาไว้

ขอขอบคุณ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.
จัดทำอินโฟกราฟฟิกแนะนำวิธีการนวดมือเพื่อบำบัดโรค รักษาอาการปวดเบื้องต้นโดยไม่ต้องใช้ยารักษา

ที่มา ไลน์ #healthyclub?

เรื่องนี้สำหรับ “คอกาแฟ”

คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่ชอบดื่มกาแฟ ถ้าใช่ … แล้วรู้ไหมล่ะครับว่า “กาแฟ” ดีหรือไม่ดีกับสุขภาพอย่างไร

ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบดื่มกาแฟ ไม่ว่าจะตอนเช้า ๆ ที่บ้าน หรือช่วง “พักเบรก” เวลาที่ไปอบรมสัมมนารายการต่าง ๆ ของที่ทำงาน แต่เชื่อไหม ทั้งที่ชอบดื่ม ผมก็ไม่เคยรู้ว่า “กาแฟ” ดีหรือไม่ดีต่อสุขภาพอย่างไร

จนกระทั่งไปพบข้อมูลที่น่าสนใจหลายประเด็น ที่อดใจไม่ได้ ต้องนำมาเล่าสู่กันฟังกับ “คอกาแฟ” ไว้ ณ ที่นี้

1. การดื่มกาแฟ ทำให้เส้นเลือดใหญ่ในร่างกายของผู้ดื่ม มีความแข็งแรงมากกว่าผู้ไม่ดื่ม

2. การดื่มกาแฟ ช่วยป้องกันความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งสำไส้ใหญ่

3. การดื่มกาแฟ ช่วยให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า 1299 มิลลิกรัม ในขณะที่เครื่องดื่มอย่างเช่น ชา มีสารต้านอนุมูลอิสระเพียง 294 มิลลิกรัม

4. การดื่มกาแฟจำนวน 2-3 แก้วต่อวัน จะลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ

5. การดื่มกาแฟ ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเป็นเบาหวานเพราะในกาแฟมีสารประกอบที่เรียกว่า “ควินิน” ที่ช่วยให้ร่างกายผลิตสารอินซูลินได้ดีขึ้น

6. การดื่มกาแฟ จะช่วยลดอัตราการเกิดภาวะความจำเสื่อม ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่พึงปรารถนา

7. การดื่มกาแฟเป็นประจำ จะช่วยลดการจับตัวของคอเลสเตอรอลในร่างกาย ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ในกาแฟมี “นิโคติน” ซึ่งเป็นวิตามินบีรวมชนิดหนึ่ง (คนละชนิดกับนิโคตินในบุหรี่) กาแฟจึงช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดแข็งตัว

8. การดื่มกาแฟจะช่วยลดความอ้วนได้ เพราะกาแฟช่วยละลายไขมัน การดื่มกาแฟหลังจากอิ่มจากอาหาร จะช่วยให้ไขมันแตกตัว และให้พลังงาน

9. การดื่มกาแฟ 1 แก้วต่อวัน จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็น “ตับแข็ง” ได้ถึง 20% และหากดื่ม 4 แก้วต่อวัน จะช่วยลดอัตราเสี่ยงได้ถึง 80% 

10. การดื่มกาแฟจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นนิ่วในถุงน้ำดี โดยเฉพาะผู้ดื่มกาแฟอย่างน้อย 2 แก้วต่อวัน

11. การดื่มกาแฟจะช่วยปรับสีผิวของเรา ช่วยลดริ้วรอยและทำให้ผิวหนังของผู้ดื่มเรียบเนียนขึ้นด้วย

 แหม….ประโยชน์ข้อนี้ คุณผู้หญิงถึงกับตาลุกเลยใช่ไหมล่ะ

12. การดื่มกาแฟช่วยลดอาการของการเกิดโรคหืด และสามารถกำจัดโรคหืดในผู้ป่วยบางคน

13. การดื่มกาแฟช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อลูกหมาก

14. การดื่มกาแฟช่วยลดอาการปวดศีรษะ โดยเฉพาะโรคไมเกรนโดยคาเฟอีนในกาแฟ จะสามารถช่วยลดอาการปวดหัวได้ถึง 40%

15. การดื่มกาแฟจะช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อภายหลังออกกำลังกายได้ถึง 58% แต่ต้องดื่มอย่างน้อยวันละ 2 แก้ว

16. การดื่มกาแฟจะช่วยคลายความเครียด และทำให้อารมณ์แจ่มใส ซี่งเท่ากับช่วยแก้โรคซึมเศร้าให้ผู้ดื่ม

17. การดื่มกาแฟช่วยป้องกันฟันผุ ทั้งนี้เพราะในกาแฟมีสารประกอบที่ทำให้กาแฟมีกลิ่นหอม และรสขม ซึ่งทำให้มีประสิทธิภาพช่วยในการป้องกันแบคทีเรีย และการก่อตัวของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคฟันผุ

18. การดื่มกาแฟเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในสมอง และสมรรถภาพสมอง ผู้รู้บอกว่า ความหอมของกาแฟจะช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้เร็วขึ้น มีสมาธิมากขึ้น และมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น

19. การดื่มกาแฟจะช่วยให้ไม่ง่วง และเกิดความรู้สึกตื่นตัว กระฉับกระเฉง และช่วยลดความรู้สึกหนาว เนื่องจากในกาแฟมีสารคาเฟอีน

20. การดื่มกาแฟเป็นประจำ จะช่วยไล่ความชรา กาแฟที่เข้มข้นจะทำให้ออกไซด์แตกตัวกระตุ้นการเผาผลาญในร่างกายของผู้ดื่ม คุณสมบัติข้อนี้ของกาแฟ จึงเหมาะกับคนที่กลัวความแก่

 อ่านมาถึงตรงนี้ หลายท่านคงสังเกตเห็นแล้วว่า จำนวนการดื่มหรือปริมาณการดื่ม มีผลต่อประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายของแต่ละคน ตั้งแต่ 1 แก้ว 2 แก้ว หรือ 4  แก้ว ซึ่งผู้รู้บอกว่า สารประกอบที่อยู่ในกาแฟ จะส่งผลกับแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ ความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายของแต่ละคน

 แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึงอย่างยิ่งที่ผู้รู้เตือนไว้ก็คือ พฤติกรรมในการดื่มกาแฟของคุณ เช่น คุณได้มีการปรุงรสกาแฟโดยการเติมน้ำตาล ครีม นมข้นหวาน ลงใปในปริมาณที่มากเกินไปหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ ต้องมี “ความพอดี” การดื่มกาแฟของคุณจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง

 ระวังอย่าให้ “เครื่องปรุงรส” กาแฟของคุณมาทำให้การดื่มกาแฟได้รับประโยชน์น้อยลงหรือเสียไป โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

 อ่านข้อเขียนเช่นนี้ หลายคนคงเลิกตะขิดตะขวงใจกันแล้วใช่ไหมว่า ทำไม “คอกาแฟ” จึงดื่มกาแฟกันแบบดื่มได้ดื่มดี 

 ประเภทว่างไม่ได้ เรียกหา “กาแฟ” ทันที จบนะ…ไปหา “กาแฟ” มาดื่มสักถ้วยดีกว่า

โดย มานพ    แก้วสนิท   (บทความในหนังสือ ต่วย ตูน)

“เปลือกมะนาว” ที่เหลือใช้มีประโยชน์ขนาดนี้…ได้โปรดอย่าทิ้ง!

       มะนาวเป็นผลไม้สารพัดประโยชน์ หลายคนคงไม่เคยรู้ว่าไม่ใช่แค่น้ำมะนาวเท่านั้นที่มีประโยชน์ แต่เปลือกของมะนาวก็มีประโยชน์ด้วยเหมือนกัน คนส่วนใหญ่มักจะทิ้งเปลือกมะนาวหลังจากบีบน้ำของมันหมดแล้ว แต่ถ้าหากคุณรู้ว่าเปลือกมะนาวมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน คุณอาจจะเปลี่ยนใจไม่ทิ้งก็ได้นะครับ
       ประโยชน์ของเปลือกมะนาว
       1.ทำความสะอาดไมโครเวฟ 
       เตรียมน้ำใส่ถ้วยที่ใช้กับไมโครเวฟได้ จากนั้นหั่นมะนาวครึ่งลูกบีบน้ำลงไปพร้อมกับเปลือกมะนาวด้วย แล้วนำไปอุ่นในไมโครเวฟสัก 2 นาที ปล่อยให้อุณหภูมิลดลงสักหน่อย
       2.ไล่มด
       บ้านไหนที่มีมดขึ้นบ้าน ก็ให้นำเปลือกมะนาวไปว่างตันทางเดินของมด ทำให้หมดไม่ขึ้นบ้าน
       3.ทำเครื่องหอมประดับบ้าน
       นำเปลือกมะนาวผสมกับเครื่องหอมอื่นๆ ใส่ในขวดปิดฝาทิ้งไว้สักพักก็จะได้เครื่องหอมแล้ว นำไปว่างตามจุดต่างๆของบ้านได้
       4.กำจัดคราบชา กาแฟ
       นำเปลือกมะนาว ใส่ลงไปในแก้ว เทน้ำร้อน ทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง จากนั้นก็ล้างแก้วตามปกติ
       5.ป้องกันความซนของน้องแมว
       นำเปลือกมะนาวไปว่างไว้บริเวณที่ไม่อยากให้น้องแมวเหมียวเข้าไปวุ่นวาย
       6.เพิ่มกลิ่นอโรมาในบ้าน 
       ถ้าหากอยากจะมีกลิ่นหอมอบอวลเหมือนสปาหรูๆ ให้นำเปลือกมะนาว ผสมกับเครื่องหอมชนิดอื่นๆ นำหม้อตั้งเตาไฟ แล้วนำแก้วอีกใบใส่ลงไปในหม้อ เติมน้ำลงไป จากนั้นนำเครื่องหอมที่ผสมไว้ลงไปต้ม แค่นี้บ้านก็จะมีกลิ่นหอมเหมือนอยู่ในสปาแล้ว
       7.ขัดเงาสเตนเลส
       หากมีเครื่องใช้ เครื่องครัวที่เป็นสเตนเลสเริ่มหมองคล้ำ ให้ใช้เกลือป่นโรยบนเครื่องใช้ แล้วนำเปลือกมะนาวขัดถูให้ทั่ว
       8.ลดกลิ่นเหม็นในขยะ 
       ถ้าถังขยะที่บ้านเริ่มส่งกลิ่นเหม็นให้นำเปลือกมะนาว ทิ้งลงไปในถังขยะ ช่วยดับกลิ่นเหม็นได้
       9.ดับกลิ่นน้ำส้มสายชู
       หากกลิ่นเหม็นฉุนของน้ำส้มสายชูทำให้แสบจมูก ก็นำเปลือกมะนาวใส่ลงไปช่วยลดกลิ่นฉุนได้
       10.กำจัดกลิ่นท่อระบายของเสีย
       ถ้าหากท่อระบายน้ำ หรือท่อระบายของเสียส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว กำจัดกลิ่นด้วยเปลือกมะนาวได้
       สุดยอดเลยใช่ไหมคะ จากนี้ไปก็อย่าทิ้งเปลือกมะนาวเด็ดขาดเลย เพราะมันมีประโยชน์อย่างมาก แต่ถ้าหากเปลือกมะนาวไม่ค่อยมีก็สามารถใช้เปลือกส้ม เปลือกเลมอน แทนก็ได้ค่ะ ใช้ได้ผลเหมือนกันนะครับ
เรียบเรียงโดย : kaijeaw.com
แชร์ต่ออีกทีจากไลน์ #healthycare

​ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่ต้องระวัง

เป็นที่ทราบกันดีว่าหากวัดระดับความดันโลหิตแล้วปรากฎว่าสูงกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท นั่นแสดงว่าคุณตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง ซึ่งจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้มากมาย แม้ว่าคนที่เป็นความดันโลหิตสูงอาจจะไม่มีการแสดงอาการใดๆ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาจะทำให้ អានត-อ่านต่อ

​สมุนไพรสามประสานบำรุงหัวใจ

ตำรับยาสมุนไพรกระเจี๊ยบ-พุทราจีน-เตยหอม สูตรตำรับเดียวตามตำราแพทย์แผนไทย ที่ใช้ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันและโรคหลอดเลือดสมองตีบ 
 1. กระเจี๊ยบแดง 

นอกจากมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับนิ่วในไต และในระบบทางเดินปัสสาวะแล้ว ยังมีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด และรักษาโรคความดันโลหิตสูง รวมทั้งลดความเหนียวข้นของเลือดลง ทำให้การไหลเวียนของโลหิตทั่วร่างกายดีขึ้น ซึ่งก็ช่วยรักษาเส้นเลือดขอดให้ทุเลาลงได้ด้วย

 2. พุทราจีนสุก 

ช่วยบำรุงโลหิต บำรุงร่างกาย บำรุงประสาท แก้โรคนอนไม่หลับ นอกจากนี้ ยังอุดมด้วย អានត-อ่านต่อ

เดดสะมอเร่ย์ ใช่แปลว่าตายไหม ผมงงมาเป็นชาติละ

ศัพท์แสลงไทยแปลว่าตายแหงแก๋ ตายลูกเดียว ตายไม่ฟื้น ตายแน่ๆ ตายน่าอนาถ
มาจากชื่อเพลงสากลที่ร้องโดย Dean Martin ชื่อ That’s Amore ซึ่งแปลว่า มันคือความรัก

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

มีนักแต่งเพลงชาวไทย นคร มงคลายน นำเพลงนี้มาแปลงเป็นเพลงไทยแบบตลก ชื่อเพลงว่า รักรวนเร

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

ซึ่งในเพลงแปลงคำว่า That’s Amore เป็น เดดสะมอเร่ย์
หลังจากนั้น เทิ่ง สติเฟื่อง (บรรยงค์ เสนาลักษณ์) พิธีกร นักแสดง และตลกชื่อดัง ได้นำคำนี้มาใช้ในการจัดรายการโ?รทัศน์ จนเรียกได้ว่าเป็นวลีประจำตัว (signature) ซึ่งก็ติดปากคนไทยมาหลายยุคหลายสมัยจนถึงทุกวันนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก Pantip

​7 ประโยชน์ดีๆ จากการมีเพื่อน

friendsเพื่อนคือของขวัญที่เราหาให้ตัวเอง ใครที่ยังไม่มีของขวัญชิ้นนี้ควรรีบหามาสะสมไว้ได้แล้ว เพราะคำว่าเพื่อนคำเดียวให้อะไรกับคุณได้มากอย่างที่นึกไม่ถึงเลยล่ะ

1. มีเพื่อนมาก มะเร็งยิ่งมีโอกาสน้อย การวิจัยเมื่อปี 2549 บอกว่าคนที่มีเพื่อนสนิท 10 คนขึ้นไปจะเป็น អានត-อ่านต่อ

มะกรูด : บำรุงผม ประโยชน์เหลือล้น

image

คนโบราณนิยมสระผมด้วยน้ำมะกรูด เพราะช่วยให้ผมดำเป็นมัน ไม่แห้งกรอบ บ้างก็ผ่าผลดิบบีบน้ำชโลมสระผมโดยตรง บ้างก็นำไปเผาหรือต้มก่อนคั้นน้ำสระ มีหลายวิธีให้เลือกดังนี้
1.ใช้มะกรูดสดผ่าครึ่ง แคะเมล็ดออก คั้นน้ำใช้สระผม ฝานผิวมะกรูด นำมาตำให้ละเอียด ผสมด้วยน้ำมะกรูด เติมน้ำพอให้ส่วนผสมเริ่มเหลว คนให้เข้ากันดี ทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วกรองคั้นเอาแต่น้ำไปใช้สระผม
2.ใช้มะกรูดสดหรือเผาไฟก่อนก็ได้ หั่นผลมะกรูดเป็นชิ้น ปั่นชิ้นมะกรูดให้ละเอียด เทใส่ชาม เติมน้ำอุ่นพอท่วมส่วนผสม คนให้เข้ากัน ตั้งทิ้งไว้ 10-20 นาที คั้นเอาแต่น้ำใส่ขวดแช่ตู้เย็นไว้ใช้สระผม เก็บได้นาน 1-2 สัปดาห์ทั้งนี้ก่อนสระผมควรราดน้ำบนผมให้เปียกชุ่มเสียก่อน ใช้น้ำมะกรูดปริมาณพอดีๆ นวดหนังศีรษะไปด้วยขณะสระผม ทิ้งไว้ 2-3 นาทีก่อนล้างออกและสระด้วยน้ำมะกรูดซ้ำอีกครั้ง ล้างออกให้สะอาดไม่ให้มีเศษมะกรูดหลงเหลืออยู่

สรรพคุณทางยา
1.ใบมะกรูด มีรสปร่า กลิ่นหอม ดับกลิ่นคาว แก้ไอ แก้ช้ำใน
2.ผลมะกรูด ตัดจุกผลมะกรูด คว้านไส้กลางออก ใส่มหาหิงส์แล้วปิดจุก นำไปเผาไฟจนดำเกรียม บดเป็นผงละลายกับน้ำผึ้งใช้กิน จะช่วยขับลมแก้ปวดท้อง หรือใช้ป้ายลิ้นเด็กอ่อนเป็นยาขับขี้เทาได้ ใช้เป็นยาขับลมแก้ปวดท้องในเด็กอ่อนด้วย
3.น้ำมะกรูด มีรสเปรี้ยว ใช้ผลมะกรูดผ่าซีกเติมเกลือ ลนไฟให้เปลือกนิ่ม บีบน้ำมะกรูดลงในคอทีละน้อยๆ ช่วยกัดเสมหะ แก้ไอ แก้น้ำลายเหนียว กัดเถาดานในท้อง แก้ระดูเสีย ฟอกโลหิต ขับระดู ขับลมในลำไส้ ใช้ถูฟันแก้เลือดออกตามไรฟัน
4.ผิวมะกรูด มีรสปร่า กลิ่นหอมร้อน ขับลมในลำไส้ ขับระดู ขับผายลม ฝานบางๆ ชงน้ำเดือดใส่การบูรเล็กน้อย กินแก้ลมวิงเวียน บำรุงหัวใจและช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดดี
5.ราก มีรสจืดเย็น แก้ไข้ ถอนพิษสำแดง แก้ลมจุกเสียด กระทุ้งพิษไข้ แก้พิษฝีภายใน แก้เสมหะ

(เครดิต : หมอมวลชน)

สู้ชีวิต ยันลมสุดท้าย

image

ในแท็กนั้น คุณตาชาวแคมร์อายุ 70 ปี ท่านหนึ่ง สู้งานเพื่อครอบครัวลูกเมีย จนสิ้นลมหายใจอย่างน่าสงสารที่สุด
เป็นเรื่องที่น่าเอากลับมาคิด ว่าตัวเองทำงานยากลำบากทุกวันนี้ มันลำบากพอหรือยัง บางคนก็คิดว่าตัวเองลำบากมีเงินมีข้าวกินมีทุกอย่าง ก็ยังคิดว่าตัวเองยังไม่มีพอ โกยเอาแล้วเอาอีก เอารัดเอาเปรียบคนที่ด้อยกว่า มีเงินมีความสุขแล้วก็เอาความทุกข์ของคนอื่นมาเป็นความสุขของตน ท่านจะเอามันไปไหน ท่านลองดูภาพข้างบนสิ ว่าคุณลุง จำเป็นต้องทำเหมือนพวกท่านไหม
ชีวิตเราทุกคนถ้ามีความพอดี พอใจในสิ่งที่เรามีมันก็เพียงพอแล้วไม่จำเป็นต้องไปดิ้นรนเอารัดเอาเปรียบของคนอื่นมากมาย ให้รู้จักพอ หรือบางคนก็อู้งานบนว่างานหนักเงินเดือนน้อย ว่าตัวเองต้องทำงานยากลำบาก ทั้งทั้งที่ตนเองมีพออยู่พอกิน ความลำบากของตนไม่ได้เท่ากับเสี้ยวหนึ่งของคุณตาคนนั้นเลย

ตัวย่อจังหวัด ในประเทศไทย ทั้ง 77 จังหวัด

เพื่อเป็นข้อมูลการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เกี่ยวกับตัวย่อจังหวัด ในประเทศไทย ทั้ง 77 จังหวัด อักษรย่อเรียง ตามตัวอักษร ลำดับ ชื่อเต็มจังหวัด ตัวย่อจังหวัด ภาษาไทย ตัวย่อจังหวัดภาษาอังกฤษ เพื่อประโยชน์แก่ทุกๆท่าน

1. กระบี่ กบ KBI
2. กรุงเทพมหานคร กท BKK
3. กาญจนบุรี กจ KRI
4. กาฬสินธุ์ กส KSN
5. กำแพงเพชร กพ KPT
6. ขอนแก่น ขก KKN
7. จันทบุรี จบ CTI
8. ฉะเชิงเทรา ฉช CCO
9. ชลบุรี ชบ CBI
10. ชัยนาท ชน CNT
11. ชัยภูมิ ชย CPM
12. ชุมพร ชพ CPN
13. เชียงราย ชร CRI
14. เชียงใหม่ ชม CMI
15. ตรัง ตง TRG
16. ตราด ตร TRT
17. ตาก ตก TAK
18. นครนายก นย NYK
19. นครปฐม นฐ NPT
20. นครพนม นพ NPM
21. นครราชสีมา นม NMA
22. นครศรีธรรมราช นศ NRT
23. นครสวรรค์ นว NSN
24. นนทบุรี นบ NBI
25. นราธิวาส นธ NWT
26. น่าน นน NAN
27. บึงกาฬ บก BKN
28. บุรีรัมย์ บร BRM
29. ปทุมธานี ปท PTE
30. ประจวบคีรีขันธ์ ปข PKN
31. ปราจีนบุรี ปจ PRI
32. ปัตตานี ปน PTN
33. พะเยา พย PYO
34. พระนครศรีอยุธยา อย AYA
35. พังงา พง PNA
36. พัทลุง พท PLG
37. พิจิตร พจ PCK
38. พิษณุโลก พล PLK
39. เพชรบุรี พบ PBI
40. เพชรบูรณ์ พช PNB
41. แพร่ พร PRE
42. ภูเก็ต ภก PKT
43. มหาสารคาม มค MKM
44. มุกดาหาร มห MDH
45. แม่ฮ่องสอน มส MSN
46. ยโสธร ยส YST
47. ยะลา ยล YLA
48. ร้อยเอ็ด รอ RET
49. ระนอง รน RNG
50. ระยอง รย RYG
51. ราชบุรี รบ RBR
52. ลพบุรี ลบ LRI
53. ลำปาง ลป LPG
54. ลำพูน ลพ LPN
55. เลย ลย LEI
56. ศรีสะเกษ ศก  SSK
57. สกลนคร สน SNK
58. สงขลา สข SKA
59. สตูล สต STN
60. สมุทรปราการ สป SPK
61. สมุทรสงคราม สส SKM
62. สมุทรสาคร สค SKN
63. สระแก้ว สก SKW
64. สระบุรี สบ SRI
65. สิงห์บุรี สห SBR
66. สุโขทัย สท STI
67. สุพรรณบุรี สพ SPB
68. สุราษฎร์ธานี สฎ SNI
69. สุรินทร์ สร SRN
70. หนองคาย นค NKI
71. หนองบัวลำภู นภ NBP
72. อ่างทอง อท ATG
73. อำนาจเจริญ อจ ACR
74. อุดรธานี อด UDN
75. อุตรดิตถ ์ อต UTT
76. อุทัยธานี อน UTI
77. อุบลราชธานี อบ UBN …

ความจริงบางอย่าง คุณคิดเหมือนฉันไหม

image

ប្រែជាថៃថា
มีบ้านหลังใหญ่โต แต่ครอบครัวเล็ก
มีปริญญาหลายใบ แต่ไร้คุณภาพ
ยารักษาโรคยิ่งทันสมัย สุขภาพคนยิ่งอ่อนแอ
คนไปถึงดวงจันทร์ แต่ไม่รู้จักคนข้างบ้าน
รายได้เยอะ แต่ชีวิตไม่มีความสุขที่ใจ
Iq สูง แต่ไร้ความคิดสร้างสรรค์
การศึกษาสูง แต่ไร้คุณธรรม
มีรักหลายคน แต่ไร้คนรักจริงใจ
มีเพื่อนในfacebookเป็นพัน แต่ไม่มีเพื่อนสนิทตัวจริงสักคน
กินน้ำเมาเยอะ แต่กินน้ำเปล่าน้อย 
ประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้น  แต่มนุษยธรรมน้อยลง
มีนาฬิกาเรือนแพงใส่ แต่ไม่มีเวลา

สุภาษิตภาษาเขมรน่าคิด แต่ว่าใครอ่านออกบ้างล่ะ

เขาพิมพ์เป็นตัวอักษร แบบมูล แล้วมีใครอ่านออกบ้างนะครับ ใครอ่านออก comment มาให้ดูหน่อยครับผม

image

*คนจนยิ่งจนเพราะทำตัวเป็นคนรวย
*คนรวยยิ่งแต่รวยเพราะทำตัวเป็นคนจน
*คนโง่ยิ่งโง่เพราะทำเป็นเก่ง
*คนเก่งยิ่งเก่งเพราะทำเป็นคนโง่
*คนบาปยิ่งแต่บาปเพราะ ทำแต่บาป
*คนดียิ่งเธอดีเพราะทำแต่ดี

ให้คนเขมรอ่านแล้ว มันช่างไพเราะเหลือเกิน  แต่พอแปลเป็นภาษาไทยไม่รู้จะดีหรือเปล่า เอาไว้ฝึกอ่านแล้วก็แปลความหมายก็แล้วกันนะครับ ถ้ามีใครที่สามารถแปลให้มันไพเราะกว่านี้ขอเชิญ comment ด้านล่างนะครับ เพื่อไว้ปรับปรุงนะครับผม

โห สุดยอดอ่ะ ลองมาดูคนญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่น มีต้นแบบ สร้างคน

image

ลองมาดูคนญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่น
มีต้นแบบ สร้างคน สร้างชาติกันอย่างไร ?
เขาถึงเป็นที่หนึ่งในเอเซีย และเป็นผู้นำระดับโลก

?ฝึกสอนเด็ก(เนอสเซอรี่) ก่อนจะเข้าอนุบาล

?ฝึกสอนเด็กในระดับอนุบาล อัจฉริยะ

ฝึกสอนเด็กระดับมัธยม ค้นหาตนเอง

ฝึกสอนเด็กระดับมัธยมปลาย เรียนรู้สู่อนาคต

?ฝึกสอนคนให้เป็นหัวใจเพชร (1)

ฝึกสอนคนให้เป็นหัวใจเพชร (2)

โรงเรียนสร้างคนให้เป็นสุดยอดผู้นำ

?มหาวิทยาลัยสอนคนให้พร้อมเป็นผู้ใหญ่

?ครู คือต้นแบบ สร้างคนสร้างชาติ

?ครอบครัว คือ รากฐานสร้างคนสร้างชาติ

นี่แหละมืออาชีพ

?นักธุรกิจของวันพรุ่งนี้

?นักธุรกิจพันล้าน ใช้ชีวิตกับความสุขแบบไหน

สร้างคนพร้อม สร้างเมืองพร้อม

?สร้างเมืองปลอดภัย

สร้างเมืองสะอาด (1)

?สร้างเมืองสะอาด (2)

คุณวิกรม กรมดิษฐ์
มองคนไทย ประเทศไทย อะไรคือปัญหา

18 สาเหตุ ทำให้ไม่มีเรี่ยวแรง + อ่อนเพลีย

image

18 คำตอบ เวลาที่คุณรู้สึกไม่มีเรี่ยวแรง เวลาที่เราอ่อนเพลีย เรามักโทษความเครียดและการนอนน้อย แต่ยังมีสิ่งผิดปกติอื่นอีกที่สามารถสูบพลังจนหมดตัวคุณได้ โชคดีที่เรามีวิธีเรียกพลังใจและกายกลับคืนมา

1. ใช้โทรศัพท์มากเกินไป คุณจะเสียน้ำในร่างกายไปทางปากขณะพูด ซึ่งเป็นอาการที่เรียกว่า Phone-Fatigue ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำ หรับพนักงานตามศูนย์บริการลูกค้า อาการขาดน้ำทำให้เลือดแข็งตัวและลดปริมาณออกซิเจนในระบบที่เป็นตัวให้พลังงาน ดังนั้น ถ้าคุณใช้โทรศัพท์นาน ควรดื่มน้ำมากๆ ระหว่างคุย

2. ความดันเลือดต่ำ ความดันเลือดต่ำคือสาเหตุใหญ่ที่คุณหมดแรง แพทย์ยังไม่รู้ว่าทำไม แต่เป็นไปได้ว่ามันทำให้เลือดส่งไปยังสมองไม่เต็มที่ ซึ่งอาจทำให้อ่อนเพลีย อาการที่พบได้บ่อยที่สุดในคนที่มีความดันเลือดต่ำคือ รู้สึกหน้ามืดเวลาลุกขึ้นปุบปับ หรือเวลายืนนานๆ ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์

3. เล่นเน็ตดึกเกินไป ฮอร์โมนเมลาโตนิน ( Melatoni n) จะกระตุ้นให้เรานอนหลับ แต่แสงจากจอคอมพิวเตอร์อาจทำให้เราหลับยาก โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังดูสิ่งที่สนใจอยู่ ซึ่งทำให้คุณมักนอนดึก และมีเวลานอนหลับน้อยลง ให้คุณทำอย่างอื่นที่ผ่อนคลายกว่า เช่น อ่านหนังสือแล้วดูสิว่าคุณจะตื่นตัวมากกว่าเดิมในวันใหม่หรือเปล่า

4. กินอาหารไม่เต็มที่ การเฝ้ารออาหารจะเพิ่มปริมาณน้ำย่อย และทำให้เราดูดซับสารอาหารได้มากขึ้นที่มันเกี่ยวกับอาการอ่อนเพลียก็เพราะการขาดธาตุเหล็กคือหนึ่งในสาเหตุของความอ่อนเพลียที่พบมากในผู้หญิง ดังนั้นไม่ว่าอะไรที่เพิ่มระดับสารอาหารให้คุ ณ ก็จะเพิ่มพลังใจและกายให้ด้วย

5. ไม่ออกกำลัง นักวิจัยพบว่าคนที่ออกกำลังอย่างน้อย 20 นาที แม้จะแค่อาทิตย์ละครั้งก็จะรู้สึกอ่อนเพลียน้อยกว่า คนที่ไม่ออกกำลังเลยประมาณ 30% ถ้าเห็นว่าออกกำลังเป็นเรื่องยากเกินไปให้คุณกินผักและผลไม้เพิ่ม คนที่กินผักผลไม้อย่างน้อย 4 – 5 จานต่อวันจะออกกำลังได้อย่างสบายๆ

6. อิทธิพลของเดือนเกิด ถ้าคุณเกิดเดือนธันวาคม หรือมกราคม จะอ่อนเพลียในช่วงเย็นมากกว่าคนที่เกิดเดือนมิถุนายน หรือกรกฎาคมที่จะขี้เซาในยามเช้า นักวิทยาศาสตร์บอกว่า การสัมผัสของแสงแดดยามเช้าประมาณ 15 นาที จะทำให้คนประเภทหลังตาสว่าง ส่วนกาแฟยามบ่ายจะเพิ่มพลัง ให้กับคนประเภทแรก

7. กรามแข็ง คุณสามารถใส่นิ้ว 3 นิ้วเรียงเป็นแนวตั้งเข้าปากพร้อมกันหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ คุณคงมีปัญหาที่เรียกว่า โรค TMJ (TemporomandiBular Joint Disorder) แพทย์บอกว่ามันคือความไม่สมดุลระหว่างกล้ามเนื้อใกล้กราม และตำแหน่งของฟัน อาการทั่วไปคืออ่อนเพลีย และปวดหัว ปวดคอ หรือไหล่ ควรปรึกษาทันตแพทย์

8. ธรณีหน้าต่างสกปรก จากการวิจัยพบว่า 88% ของบ้านทั่วไปจะมีราขึ้นตามหน้าต่าง และการแพ้เชื้อราเหล่านี้เองคือ สาเหตุหนึ่งของความอ่อนเพลีย ใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดและตรวจดูผ้าม่านอาบน้ำของคุณด้วยว่ามีราหรือเปล่า

9. ไม่ได้เอาผ้าห่มไปผึ่งแดด ระดับความขึ้นสูงทำให้ไรฝุ่นเติบโตได้ดี มันอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบตามหลอดลมในปอด ทำให้หายใจติดขัดและนอนหลับไม่สนิท และเป็นสาเหตุของความอ่อนเพลียในวันต่อมา นำผ้าห่มผึ่งแดด เป็นประจำเมื่อความชื้นหมดไป ก็ไม่มี ไรฝุ่น

10. เชื่องช้า งุ่มง่าม ร่างกายจะใช้พลังงานมากขึ้นเมื่อคุณงุ่มง่าม เพราะปริมาณกลูโคสเข้าสู่สมองน้อยลง คุณเลยอ่อนเพลีย การผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดทำได้โดยเหวี่ยงแขนไปหน้าและหลัง สลับทีละแขน

11. อยู่ใกล้คนมองโลกในแง่ร้าย คนที่มองทุกอย่างในแง่ร้ายจะฉุดพลังคุณหดหายไปด้วย เพื่อลดอิทธิพลของพวกเขาให้จินตนาการว่า คุณกำลังใส่เสื้อคลุมสีดำเวลาคุยกันก็จะยับยั้งไม่ให้คุณดูดพลังแง่ลบจากพวกเขาได้

12. อยู่ใกล้เครื่องใช้ ไฟฟ้ามากเกินไป ขั้วบวกที่มาจากอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ หรือเครื่องปรับอากาศอาจกระตุ้นให้เกิดฮอร์โมนที่ทำให้เราอ่อนเพลียและซึมเศร้า ให้เสียบปลั๊กตัว แปลงขั้วไฟฟ้าเพื่อเพิ่มระดับของขั้วลบที่เสริมพลังในอากาศ

13. ลืมดื่มกาแฟตอนเช้า ถ้าคุณไม่ได้ดื่มกาแฟยามเช้า พลังกายและใจอาจตกวูบในวันนี้ จากงานวิจัยพบว่าผู้ร่วมวิจัย 50% มีอาการอ่อนเพลียถ้าไม่ได้ดื่ม กาแฟถ้วยแรกของวัน ซึ่งมีถึง 13% ที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

14. บ้าน รก ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยบอกว่ากองสิ่งของรกเกะกะจะทำให้สถานที่นั้นขาดพลังและกระตุ้นให้คุณขาดพลังไปด้วย คุณไม่ต้องถึงกับเก็บทุกอย่างในทันที แค่สะสางพื้นที่อาทิตย์ละครั้งก็ใช้ได้

15. ร่างกายมีปัญหา แม้ว่าการเจ็บหน้าอกคือสัญญาณหลักๆ บอกถึงอาการโรคหัวใจ แต่สำหรับเพศหญิงสัญญาณนั้นอาจเป็นความอ่อนเพลีย ซึ่งมีมากถึง 70% ที่ อ่อนเพลียภายในเดือนนั้น ก่อนหัวใจกำเริบ สัญญาณอื่นๆ อาจ รวมถึงการนอนไม่หลับ หายใจขาดห้วง อาหารไม่ย่อย และความเครียด 43% ของผู้หญิงไม่มีอาการเจ็บ หน้าอกเลย แม้โรคหัวใจจะกำเริบก็ตาม พบผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนเป็นโรคหัวใจน้อยมาก แต่ถ้าคุณรู้สึกไม่ดีควรตรวจร่างกาย โดยเฉพาะถ้าคุณมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น สูบบุหรี่ ความดันเลือดสูง คลอเรสเตอรอล สูง เป็นเบาหวาน หรือคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

16. กลั้นหาว การหาวเป็นวิธีธรรมชาติที่ร่างกายของเรากระตุ้นให้เราตื่น นักจิตวิทยาบอกว่าการเคลื่อนไหวของ กรามจะบีบหลอดเลือดบนใบหน้า ซึ่งส่งเลือดไปยังสมอง การกลั้นหาวจึงเป็นการยับยั้งกระบวนการนี้ และทำให้คุณยิ่งง่วงนอนมากขึ้น

17. ใช้ชีวิตตามตาราง ตารางกิจกรรมที่เตือนคุณทุกอย่างว่าต้องทำอะไรบ้าง คือตัวดูดพลังชั้นดี นักวิจัยพบว่าคนที่คิดว่าเขา ทำอะไรไปได้มากแค่ไหนมักจะอ่อนเพลียง่ายกว่า คนที่ทำสิ่งที่ต้องทำไปเรื่อยๆ

18. หมอนเก่าเกินไป ถ้าหมอนของคุณยวบยาบไม่แข็งพอ จะทำให้ลำคอของคุณไม่ได้ระนาบเดียวกับลำตัว ซึ่งไม่เพียงทำให้กล้ามเนื้อตึงตัวซึ่งทำให้คุณนอนไม่หลับแล้ว ยังไปกีดขวางระบบการหายใจเวลาคุณหลับด้วย ถ้าหมอนของคุณอ่อนนิ่มจนโอบรอบแขนคุณได้ก็ถึงเวลาซื้อใบใหม่แล้วค่ะ

(Cr: Thaihealth)

สูตรน้ำดีท็อกซ์ล้างลําไส้ ทำติดกัน 3 วัน สวยใส หุ่นเฟิร์ม

image

การดูแลและรักษาสุขภาพ เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนพยายามเรียนรู้เพื่อให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ และโดยเฉพาะให้ห่างจากค่ารักษาพยาบาลอันสุดแสนแพง ในขณะที่เจ็บป่วยจำเป็นต้องอยู่โรงพยาบาล เป็นข้อที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การมีสุขภาพที่ดีจึงเป็นลาภอันประเสริฐ

เดี๋ยวนี้การดีท็อกซ์ลำไส้ไม่จำป็นต้องไปถึงโรงพยาบาลแล้วคะ เพราะเราก็สามารถดีท็อกซ์ลำไส้ด้วยด้วยตัวเองได้ที่บ้านเลย ด้วยสูตรเครื่องดื่มดีท็อกล้างลำไส้ที่เราก็ทำเองได้ง่าย ๆ แถมประหยัดตังค์กว่าไปทำที่โรงพยาบาลเป็นไหน ๆ ลองทำติดต่อกัน 3 วัน ผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้คุณถ่ายคล่อง พุงยุบ เริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างมั่นใจเพราะพุงยุบใส่ชุดอะไรก็สวย และที่สำคัญผิวพรรณจะสดใสขึ้นด้วย

สูตรที่ 1 น้ำเปล่า + เม็ดแมงลัก

สูตรนี้ง่าย ๆ เลย แค่เตรียมน้ำร้อน 1 แก้ว ใส่เม็ดแมงลัก 2 ช้อนชา รอ 30 นาทีให้เม็ดแมงลักพองตัวเต็มทีก่อนแล้วค่อยดื่ม สูตรนี้แนะนำให้ดื่มก่อนนอน เม็ดแมงลักจะมีใยอาหารสูงและมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ จึงช่วยในการลากอุจจาระที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารออกมาได้อย่างดีเลยทีเดียว ตื่นเช้ามาถ่ายคล่อง สบายพุง เบาตัวไปอีก

สูตรที่ 2 น้ำเปล่า 1 ลิตร + มะนาว 2 ลูก + เกลือ 2 ช้อนชา

ใครจะทำสูตรนี้แนะนำว่าให้ทำวันหยุด เพราะทำสูตรนี้แล้วคุณจะถ่ายแบบไม่เป็นเวลาเลยทีเดียว เตรียมน้ำเปล่า 1 ลิตร บีบน้ำมะนาว 2 ลูก แล้วตามด้วยเกลือ 2 ช้อนชา และเขย่าให้เข้ากัน พยายามดื่มให้หมดภายใน 10-20 นาที พอดื่มหมดขวดแล้วสักพักคุณจะรู้สึกปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำทันที สูตรนี้จะช่วยให้คุณถ่ายแบบหมดลำไส้จริง ๆ  เหมือนช่วยผลักของเก่าที่มีอยู่ออกมาจนหมด สบายพุงแน่นอน แต่สูตรนี้แนะนำให้ทำอาทิตย์ละครั้งพอนะคะ ทำทุกวันไม่ไหวจริง ๆ

สูตรที่ 3 โยเกิร์ต + นมสด + น้ำผึ้ง + มะนาว

ผสมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย, นมสดรสจืด 100% 1 กล่อง, น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา และน้ำมะนาวครึ่งลูก คนให้เข้ากับแล้วดื่มทันที ห้ามวางแช่ทิ้งไว้ ถ้าดื่มก่อน 7 โมงเช้าจะดีมาก สูตรนี้ช่วยกระตุ้นลำไส้ให้ทำงาน เมื่อเราถ่ายคล่อง พุงก็ยุบตามไปด้วย ใส่ชุดไหนก็มันใจละวันนี้

สูตรที่ 4 นมสด + กล้วยน้ำหว้า

สูตรนี้ใช้นมสด 2 กล่อง (รวมปริมาณประมาณ 500 มิลลิลิตร) กินพร้อมกับกล้วยน้ำหว้า 2 ผล หรือจะเอาไปปั่นรวมกันแล้วดื่มก็ได้ ดื่มตอนท้องว่างหลังตื่น ดื่มก่อน 6 โมงเช้าได้ยิ่งดี เพราะเราจะได้ถ่ายก่อน 7 โมงเช้า สูตรนี้ก็จะไปกระตุ้นให้ถ่ายออกมา แนะนำให้ทำติดต่อกัน 3 วัน จะช่วยให้เราขับถ่ายเป็นเวลาด้วย

เห็นไหมล่ะค่ะว่าเรามีวิธีการดีท็อกดีๆ ที่ทำได้ง่ายๆไม่ยุ่งยาก ที่ใครๆสามารถทำทานได้เองที่บ้าน มีสิ่งดีๆอย่าลืมบอกต่อ แชร์ต่อให้คนรอบข้าง ให้คนที่เรารักได้รักษาสุขภาพเหมือนเรานะค่ะ

ข้อมูลดีๆจาก cosmenet